My Best 12 Places in Seoul

การเดินทางในแต่ครั้งมีเรื่องราวดีๆเกิดขึ้นมากมาย มีสถานที่ต่างๆให้เราได้เรียนรู้ และมีข้อคิดที่ทำให้เราอยากจะกลับมาพัฒนาตัวเองหรืองานที่เราทำอยู่ เมืองโซลเป็นเมืองที่ให้แรงบันดาลใจให้เราที่อยากจะกลับมาแล้วมองย้อนกลับมาดูงานทีเราทำว่า เราได้ใส่ใจกับมันมากพอแล้วรึยัง
Day 1
วันแรกลงเครื่องมาถึงประมาณ 10 โมงเช้าที่สนามบิน Incheon Airport วันนี้เราตั้งใจจะเดินทางเข้าเมืองโดยรถบัสซึ่งสะดวกสบายตรงที่ไม่ต้องลากกระเป๋าไปไกลแบบเวลานั่งรถไฟ และรถบัสมาถึงเวลาตรงเป๊ะ และออกตามเวลาเป๊ะเช่นกัน การเดินทางก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่มาซื้อบัตรตรง counter ด้านหน้า แล้วก็เลือกว่าเราจะไปตรงไหนแค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วคะ
แผนการวันนี้เริ่มจากไปเก็บสัมภาระที่บ้านพักก่อนซึ่งคราวนี้เราก็จองผ่านทาง Airbnb เช่นเคย บ้านพักเราอยู่ในย่าน Hannam Dong ซึ่งใกล้กับ Itaewon มากๆ รถบัสส่งเราที่ป้ายรถประจำทางและทางเข้ารถไฟใต้ดิน Hangangjin ถ้าใครคิดว่าพักแถวนี้ดีไหม ส่วนตัวแล้วเราชอบย่านนี้เพราะมันไม่ค่อยพลุกพล่านมาก แต่เดินไปนิดเดียวก็เจอ Itaewon แล้ว
เราตั้งใจว่าวันแรกจะไปลุยย่าน Gyeongbokung ก่อนเนื่องจากว่า ครั้งที่แล้วที่มา เราและสามีรู้สึกว่าย่านนี้ยังเก็บไม่ครบและมีร้านเก๋ๆที่ไม่ควรพลาด วันนี้เราเริ่มกันที่งานศิลปะที่ระแวก Seochon เลยดีกว่า

1.Daelim Museum

ลงจากสถานี Gyeongbokung Station มาก็หาไรทานก่อนเลย หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าไปดูงาน The Selby House Exhibition ที่ Daelim Museum เรารู้จัก The Selby ครั้งแรกเพราะเราไปเจอหนังสือของ Todd Selby, The Selby is In Your Place (April 2010) เป็นหนังสือที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของบุคคลหลายๆอาชีพที่มีชื่อเสียงและพื้นที่ creative space / private space ของเขา เรื่องราวในเล่มนี้เราชอบมากเพราะรูปถ่ายคือสิ่งที่บอกเล่าเรื่องราวเป็นหลัก  งานนี้เราคิดว่าควรค่าต่อการไปดู ที่น่าสนใจคือ คราวนี้งาน exhibition ไม่ได้มีแค่ภาพถ่าย แต่รวมไปถึงภาพวาด และศิลปะการจัดวางแสดงห้องต่างๆ มาจำลองให้ดูกัน งานนี้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่น่าจะชอบกันทุกคน นิทรรศการนี้จะอยู่ถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2017
สถานที่ตั้ง:
21 Jahamun-ro 4-gil, Sajik-dong, Jongno-gu, Seoul, South Korea

2.Mk2 Cafe

ร้านนี้มาตามหนังสือชื่อ โซล โดยสำนักพิมพ์โอโอเอม ที่เราอ่านก่อนมา และชอบหลายๆอย่างที่เล่มนี้แนะนำ เลยคิดว่าร้านนี้ต้องมาให้ได้ และเราก็ไม่ผิดหวัง จริงๆร้านนี้ก็ไม่ได้แปลกตาอะไรมาก แต่ที่เราชอบคือเฟอร์นิเจอร์นั้นถูกเลือกคัดสรรค์มาอย่างดี ซึ่งเป็นของสะสมของเจ้าของร้านเอง ร้านนี้ตกแต่งโดยใช้เฟอร์นิเจอร์จากยุค 50-70s หมด   และสามารถซื้อได้ด้วย ร้านนี้เน้นการตกแต่งแบบโมเดริ์นมินิมอล สไตล์ Bauhaus บรรยากาศสบายๆ ถ้าใครชอบใช้เวลาส่วนใหญ่แบบช้าๆ แนวสโลว์ไลฟ์ ร้านนี้เหมาะมาก เพราะย่านนี้จะไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว ไม่เร่งรีบ เราใช้เวลานั่งพักอยู่ที่นี่ประมาณ 20 นาทีก่อนที่จะไปตามหา Gagarin ต่อ
สถานที่ตั้ง:
17 Jahamun-ro 10-gil,  Changseong-dong, Jongno-gu, Seoul, South Korea

3.Gagarin Store

จริงๆแล้วร้านนี้เป็นร้านหนังสือมือสองที่เน้นหลักไปทางด้านศิลปะและงานดีไซน์ หลายๆคนมาที่นี่เพราะความสนุกของการได้ค้นหาเพราะว่าหนังสือที่นี่ไม่ได้ถูกจัดเป็นหมวดหมู่เหมือนหนังสือทั่วไป ร้านนี้อยู่ใกล้ๆกับร้าน Mk2 Cafe เลย แต่กลับเป็นว่าวันนี้กลายเป็นพื้นที่โชว์งานของสถาปนิกMVRDV จากประเทศเนเธอร์แลนด์ เราดีใจมากเพราะจำได้ว่าตอนเรียนเราชอบงานเขามาก ดีใจที่วันนี้จะได้ดูงาน Exhibition ของเขา  พื้นที่ในร้านแบ่งเป็นหลายๆห้อง และมีหนังสือมากมายให้เลือกซื้อ
สถานที่ตั้ง:
23 Jahamun-ro 10-gil, Jongno-gu, Seoul, South Korea
Day 2
เริ่มวันที่ 2 ด้วยการแวะสำรวจบรรยากาศแถวบ้านพักดู จะสังเกตุได้ว่าย่าน Hannam Dong จะเป็นย่านที่ไม่จอแจมากนัก มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ และที่พักอาศัยผสมผสานกันอยู่ ร้านแถวนี้มีความเก๋ไม่แพ้ย่านอื่น ตอนกลางคืนสงบดีแต่ก็มีคนเดินตลอด ไม่เปลี่ยว มีร้านสะดวกซื้อเป็น 24 ชั่วโมงทำให้รู้สึกอุ่นใจเวลาไปที่ๆไม่คุ้นเคย ร้านแรกของวันนี้ที่เราแวะคือ

4. Studio Concrete

ร้านกาแฟกึ่งแกลเลอรี่ ที่มีลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้นมีชั้นดาดฟ้าให้นั่งเล่น การตกแต่งอาคารเป็นสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ ทางเข้าด้านหน้าจะมีโซนให้นั่งด้านนอก สามารถมานั่งเล่นในวันที่อากาศดีๆ วันนี้ค่อนข้างร้อนเลยขอนั่งด้านในดีกว่า บริเวณชั้นที่ 1 จะไม่ได้มีโต๊ะนั่งแยก จะเป็นโต๊ะใหญ่ๆ นั่งรวมกัน ส่วนด้านหลังก็จะเป็นพื้นที่แสดงงานศิลปะซึ่งวันนี้มีการจัดแสดงงานภาพถ่าย เดินขึ้นมาชั้นที่ 2 ก็เป็นห้องเล็กๆ จัดแสดงงานศิลปะเช่นกัน
ถ้าใครผ่านมาแถวนี้ อย่าลืมแวะเข้ามาชมร้านนี้เพราะบรรยากาศที่นี่ดีเลยทีเดียว
สถานที่ตั้ง:
162 Hannam-daero, Hannam-dong, Yongsan-gu, Seoul, South Korea

5.WOOLF SOCIAL CLUB

ตอนนี้ก็เริ่มหิวแล้ว อยากจะแวะหาอะไรทานก่อนจะออกเดินทางไป Myeongdong เดินเลยมาจากร้าน Studio Concrete นิดเดียวก็เดินเข้าซอยซ้ายมือมา จะเจอกับร้านที่เห็นแล้วอยากเข้าไปดูข้างในเลย ร้าน WOOLF SOCIAL CLUB เป็นร้านเล็กๆ ภายนอกเป็นกระจกยาวเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีลายแพทเทริ์นสะดุดตา มองเข้าไปบรรยากาศดูชิวมาก เราและสามีเลยตัดสินใจแวะทานกลางวันที่นี่เลย ภายในทีโต๊ะไม่เกิน 10 โต๊ะ ร้านตกแต่งแนวโฮมมี่ที่คลีนมาก อาจจะเป็นเพราะร้านเป็นสีขาวและแสงธรรมชาติเข้ามาสวยงาม  มีเมนูอาหารไม่ได้มีอะไรมาก มีแค่ 3-4 เมนู เป็นเมนูแซนวิช เมนูเบเกิ้ล และ ที่เราสั่งคือ Pork Bun ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะมาแบบเล็กๆ สรุปว่าจานใหญ่เลยทีเดียว เรามาถึงก่อนเที่ยงแป๊ปนึงเลยมีที่นั่ง พอช่วงเที่ยงไม่เท่าไร คนมากันเยอะจนโต๊ะเต็มภายในพริบตา อาหารที่นี่อร่อย รสชาติถูกปาก ถือว่ามื้อนี้คุ้มค่า
สถานที่ตั้ง:
158 Han nam dong, Yong san gu, Seoul, South Korea

6.Stylenanda Pink Hotel

Myeongdong 
 ร้านนี้เป็นร้านที่อยากมามากที่สุดในบรรดาลิสที่จดมาทั้งหมด ครั้งที่แล้วที่มาเกาหลี ร้านนี้ยังทำไม่เสร็จคะ เลยตั้งใจว่าครั้งนี้ต้องไม่พลาดแน่ๆ อย่างแรกก็คงเป็นความน่ารักของสีชมพูโทนสุดสวยของ Stylenanda เองที่เป็นสีหลักของทั้งภายนอกและภายในของร้าน Stylenanda Pink Hotel มีด้วยกันทั้งหมด 5 ชั้นรวมชั้นดาดฟ้า เริ่มกันด้วยชั้นแรก จะเป็นโซนเครื่องสำอางก่อนเลยซึ่งด่านแรกก็หมดเวลาไปค่อนข้างเยอะ ขึ้นมาชั้น 2 จะเป็นเสื้อผ้า casualwear ยาวๆ มีสินค้าให้เลือกมากมาย กิมมิคของร้านนี้คือการทำบรรยากาศให้เหมือนกับมาโรงแรม ชั้นที่ 3 ก็ยังเป็นเสื้อผ้า รองเท้าอีก ชั้นนี้ที่ชอบคือการเอาเครื่องซักผ้ามาตกแต่งภายในร้าน ชั้นที่ 4 จะแบ่งเป็นร้านค้าและคาเฟ่ ซึ่งเสื้อผ้าชั้นนี้จะออกเป็น Swimwear และ Loungewear เป็นหลัก ด้านหลังจะเป็นคาเฟ่ที่เนรมิตมาคล้ายๆกับชั้นสระว่ายน้ำของโรงแรมมีขนมที่น่ารักมากๆ สาวๆที่ไหนเห็นก็ต้องอยากถ่ายรูปด้วย ชั้น 5 ที่เป็นดาดฟ้า ทำบรรยากาศแบบในสวน มีที่นั่งให้ชิวแบบ outdoor แต่วันนี้ร้อนมากๆ เลยต้องกลับลงมานั่งที่ชั้น 4 แทน เราใช้เวลาอยู่ที่นี่นานพอสมควรเพราะของเยอะมาก มีมุมให้ถ่ายรูปได้ไม่เบื่อ บอกเลยว่าแฟนๆ Stylenanda เผื่อเวลาอยู่ที่นี่เยอะๆถ้าไม่อยากให้แผนเสีย
สถานที่ตั้ง:
 37-8 Myeongdong 8-gil, Chungmuro 2(i)-ga, Jung-gu, Seoul, South Korea

7. Aland Store

Myeongdong 
ร้าน Multi Brand Store ที่เปิดครั้งแรกในปี 2006 ตอนนี้มีสาขามากมายในโซล ที่มีเป็นอาคารทั้งหมด 4 ชั้น มีเสื้อผ้าแบรนด์เกาหลี เครื่องประดับ รองเท้า ของใช้ในบ้าน ของแต่งบ้าน ของไลฟ์สไตล์รวมไปถึงสกินแคร์ ครีมต่างๆ มีเสื้อผ้าวินเทจด้วย ครั้งแรกที่มาเมื่อปีที่แล้ว ฝั่งตรงข้ามก็จะเป็น Aland ของผู้ชาย แต่ตอนนี้ได้เอาของผู้ชายมารวมไว้ในตึกเดียวกัน ประทับใจร้านนี้เพราะว่ามีของให้ดูหลากหลายประเภท มีแบรนด์เกาหลีที่น่าสนใจอยู่ และการตกแต่งร้านดูสนุกและสามารถใช้เวลาเลือกของได้แบบไม่เร่งรีบ มีการจัดโซนของร้านไว้เป็นสัดส่วน ทำให้ไม่อีดอัดจนเกินไป ร้านนี้ก็ใช้เวลาเยอะอยู่พอสมควร แนะนำว่ามาย่านMyeongdong ให้เผื่อเวลาไปเลยอย่างน้อยครึ่งวัน ตอนนี้ร้าน Aland ได้มาเปิดที่เมืองไทยแล้วนะคะ อยู่ที่ Siam Center ชั้น 3   ลองแวะไปก่อนได้เลย
สถานที่ตั้ง:
53-6 Myeongdong 2(i)-ga, Jung-gu, Seoul, South Korea

8. Beaker

Hannam
ในช่วงเย็นเรามาเดินเล่นแถว Itaewon ซึ่งสามารถเดินจากบ้านพักได้เลยประมาณ 15 นาทีเพราะอยู่ใกล้มากๆ ร้าน Beaker เป็นร้าน Select Shop ที่ค่อนข้างใหญ่บนถนนอิแทวอน ที่มีสินค้าทั้งผู้หญิง ผู้ชาย มีคาเฟ่เล็กๆ  เรามาที่นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ร้าน Beaker จะเน้นไปทางแบรนด์ยุโรปมากกว่า แต่แอบเห็นมีแบรนด์เกาหลี Ader Error ด้วย   เราชอบร้านนี้เพราะว่ามีแบรนด์ยุโรปดีๆให้ชมตลอด ราคาค่อนข้างสูงเลยทีเดียว นอกจากเสื้อผ้าแล้วก็ยังมีของใช้ไลฟ์สไตล์อื่นๆที่มีความเท่และมีความเป็นเอกลักษณ์มากๆ ร้านนี้ได้โอกาสมาก็ถือว่ามาอัพเดท และดูของดีไซน์ใหม่ๆก็คุ้มแล้ว
สถานที่ตั้ง:
Hannam-dong, Seoul, South Korea
Day 3
วันนี้เป็นวันที่ 3  ตั้งใจจะมาอิแทวอนอีกครั้ง เพราะเมื่อวานมีเวลาน้อยมาก
เรารู้สึกว่าชอบอิแทวอนมากเป็นพิเศษเพราะย่านนี้มีร้านคาเฟ่เยอะดี และแต่ละร้านก็ดูมีความน่าสนใจแตกต่างกัน บรรยากาศก็จะไม่เหมือนแถวคาโรซูกิว (Garosu-Gil) เพราะมีความสงบเงียบกว่า และกว้างกว่าด้วย สามารถใช้เวลาได้ทั้งวันสำหรับคนชอบแวะนั่งเล่น แวะชิมคาเฟ่ต่างๆก็น่าจะฟินมาก
วันนี้เริ่มต้นด้วยความตั้งใจจะไปร้าน Oneinamillion ที่มีชื่อเสียงสำหรับชาวฮิปสเตอร์อยู่แล้ว เพราะร้านตกแต่งน่ารัก มีความเป็นค่าเฟ่เกาหลีมากๆ แต่มาถึงร้านยังไม่เปิดเลยขอแวะร้าน  Low Coffee  ก่อนก็ได้

9. Low Coffee

Hannam
เป็นร้านที่ค่อนข้างเล็กมากแต่ตกแต่งแนวมินิมอลโมเดิร์น ทำให้ร้านดูไม่ได้อึดอัดมากเพราะความเรียบและความน้อยของร้าน ทำให้บรรยากาศดูโปร่ง บวกกับมีหน้าต่างบานใหญ่ที่ทำให้เชื่อมต่อกับพื้นที่ด้านนอกได้เลย ร้านนี้ที่เราอยากจะแนะนำเลยคือ Croissant ของเขาอร่อยมากๆ นุ่มสุดๆ อาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้คาดหวังว่ามันจะต้องอร่อยเลอค่ามากมาย เพราะจริงๆก็เป็นร้านที่บังเอิญเจออีกแล้ว แต่สุดท้ายก็ประทับใจและขอเก็บภาพสวยๆของร้าน ส่วนรสชาติของกาแฟเราว่าโอเคนะ สำหรับเราที่ไม่ได้เป็นเซียนคอกาแฟ เราทานได้หมด ขอแค่อย่าขมมากก็พอ  โชคดีที่เราไปถึงประมาณ 11 โมงกว่าๆ และร้านนี้ก็มีแค่เราคนเดียว ร้านแถวนี้ส่วนใหญ่ยังปิดอยู่ จะเปิดกันจริงๆก็บ่ายโมง คนพลุกพล่านก็อาจจะบ่ายไปเลย ถ้ามาแถวนี้เร็วแบบกิฟท์ก็แนะนำมานั่งเล่นที่นี่ก่อนได้เลย
สถานที่ตั้ง:
Hannam-dong, Yongsan-gu, Seoul, South Korea
(ใกล้ๆกับ One in a Million)

10. D & Department Seoul by Millimeter Milligram

 

D & Department เป็นร้านขายของดีไซน์สัญชาติญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงมาก สาขานี้มาเปิดที่โซลเมื่อปี 2013 ซึ่งได้การตอบรับดีมาก D & Department ได้มาเป็นพาร์ทเนอร์กับร้าน Millimeter Milligram แบรนด์อุปกรณ์เครื่องเขียนที่เน้นดีไซน์แบบเรียบๆ ของเกาหลีได้จับมือกันทำโปรเจทนี้และเปิดสาขานี้ที่อิแทวอน ตึกนี้มีชั้นใต้ดิน 3 ชั้น และชั้นบนดินอีก 3 ชั้น เริ่มต้นด้วยร้านคาเฟ่ที่อยู่ด้านหน้าถนนหลักที่มองจากด้านนอกแล้วก็น่าจะเข้าไปสัมผัสดู ลงไปชั้นล่าง B1 ก็จะเจอกับร้านขายเฟอร์นิเจอร์แบบยุค 50-70 สไตล์สแกนดิเนเวียทั้งชั้น ลงไปอีกชั้น B2 จะเจอกับร้าน Millimeter Milligram ที่ขายอุปกรณ์เครื่องเขียนและหนังสือที่น่าสนใจต่างๆ ซึ่งถ้าคุณเป็นคนชอบเรื่องขีดๆเขียนๆ คงได้ใช้เวลาอยู่ที่นี่นานพอสมควร  ลงไป B3 จะเป็นร้าน Freitag ร้านกระเป๋าที่ใช้วัสดุรีไซเคิลมาผลิต ซึ่งจะไปเจอกับทางออกอีกด้านหนึ่ง ด้วยบริบทของพื้นที่อิแทวอนจะเป็นเนินเขา พื้นถนนจะไม่เท่ากันแล้วค่อนข้างเดินยาก ทำให้ร้านนี้ยิ่งดูน่าสนใจมากขึ้นไปอีก
สถานที่ตั้ง:
 683-142 Hannam-dong, Yongsan-gu, Seoul, South Korea

Day 4

วันที่ 4 ไม่ได้วางแผนอะไรไว้เยอะเลย ตั้งใจว่าอยากจะไปดูพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ชื่อว่า National Museum of Modern and Contemporary Art in Seoul หรือเรียกสั้นๆว่า  MMCA  คุณสามาารถเดินมาที่นี่จากสถานี Anguk หรือ Gyeongbokgung เลย ถนนย่านนี้เต็มไปด้วย art gallery มากมาย ย่านนี้ถือได้ว่าเป็นย่านเก่าแก่ย่านหนึ่งของเมืองโซลเลย เราจะเห็นบ้านเมือง อาคารที่ยังดูเก่าแก่อยู่ MMCA มีศิลปะแสดงอยู่ทั้งแบบ Contemporary Art และ Modern Art
อาคารเป็นรูปทรงสีเหลี่ยมแบบโมเดริ์น สวยงามมาก แค่เดินเล่นภายในก็ได้เห็นอะไรสวยงามแล้ว ร้านขายของในนี้น่ารัก มีของฝากกลับไปแน่นอน
เราใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณ 2 ชั่วโมงก็เริ่มหิว เลยตัดสินใจเดินทางต่อไปที่ย่าน Sinsadong Garosu-gil Road  ต่อเลย
Sinsadong Garosu-gil Road (ซินซาดง)
ถนนนี้ถือว่าเป็นย่านที่มีรานค้าตกแต่งสวยงาม เต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ดีไซเนอร์ ร้านกาแฟที่ตกแต่งแบบเก๋ๆ ถนนนี้เริ่มตั้งแต่สถานีชินซา (Sinsa Station) ยาวไปจนถึงโรงเรียนมัธยมฮยอนแด (Hyeondae high school) ความยาวประมาณ 700 เมตร สองข้างทางของถนนชินซาดงนี้จะเต็มไปด้วยต้นแปะก๊วย (Gingko tree) ซึ่งในฤดูใบไม้ร่วงใบแปะก๊วยจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองเป็นทางยาวไปตามถนน เป็นอีกแห่งหนึ่งที่คนนิยมมาเดินเล่น นั่งทานกาแฟ และถ่ายรูปกัน
เป็นย่านที่มีวัยรุ่นค่อนข้างมีฐานะดีเลย ร้านค้าที่นี่เลยจัดเต็มกันอยู่
มีร้านที่ประทับใจอยู่ที่นี่ อยากจะแนะนำให้ได้แวะไปชมกัน

11. Gentle Monster Flagship Store

Gentle Monster Flagship Store
ร้านแบรนด์แว่นตาสัญชาติเกาหลีที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก บนถนนนี้คุณจะต้องเตะตากับร้าน Gentle Monster  เราเป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นแฟนคลับแบรนด์นี้ ด้วยเพราะเราได้ใส่จริง แล้วรู้สึกว่า แว่นมีนำ้หนักเบา ทำให้เป็นหนักและจมูกไม่เป็นรอย รวมไปถึงดีไซน์ของแว่นตาที่ที่เรียบแต่เก๋ กลายเป็นแว่นตาที่ติดตัวไปได้ทุกที่ รวมไปถึงการออกแบบ packaging ที่ใส่ใจรายละเอียดได้คุ้มราคามาก
ร้าน Gentle Monster  บนถนน Sinsadong เป็นร้านที่มีการตกแต่งภายในแบบ art gallery มีการวาง installation ในชั้นแรก ทำให้เราลืมรูปแบบของร้านแว่นตาที่เราเคยชินกัน ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่เคยมา การจัดวางงานศิลปะก็ไม่เหมือนกับครั้งแรกที่มา ถ้าใครมาเดินย่านนี้ อยากจะให้แวะมาชมที่นี่กัน
สถานที่ตั้ง:
533-6, sinsa-dong, gangnam-gu, seoul, korea
Day 5
วันนี้เป็นวันสุดท้ายเราออกเดินทางกลับช่วงดึกเลยมีเวลาอีก 1 วันเต็มๆ เราสองคนวางแผนว่าจะมาเก็บย่าน Hongdae / Hongik คะ ได้ข่าวว่าย่านนี้มีร้านเสื้อผ้าอีกที่เราน่าจะแวะมาดู ย่านนี้จะอยู่ใกล้ๆกับ มหาวิทยาลัย เลยทำให้มีร้านค้า ร้านอาหารมากมาย รวมถึงร้าน Stylenanda ที่ใหญ่มาก วันนี้ไฮไลท์ของวันคือร้านคาเฟ่ที่เป็นกึ่ง museum

12. aA Cafe Design Museum

ร้าน aA Design museum เป็นร้านกาแฟในส่วนด้านล่างของพิพิธภัณฑ์ดีไซน์ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2007 ชั้นที่ 1  จะเป็นคาเฟ่มีการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์เก่าที่เป็นของสะสมของเจ้าของเอง ถ้าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบยุคโมเดริ์น คุณไม่ควรพลาดที่นี่เพราะเขาได้จัดงานแสดงเฟอร์นิเจอร์แบบถาวรไว้ให้คนที่ผ่านไปมาได้ชื่นชม ในส่วนของชั้นที่ 2 จะเป็นแนวสแกนดิเนเวียร์ ชั้นที่ 3 จะเป็นงานยุค Bauhaus
Cafe aA คือส่วนชั้นที่ 1 ที่ใครก็สามารถแวะไปพักทานกาแฟและเบเกอรี่อร่อยๆได้
สถานที่ตั้ง:
408-11, Seogyo-dong, Mapo-gu, Seoul, Korea
#sasivadeejourneymemo
Photos were taken by:
Leica M6 /28elmaritasasph /
RICOH GR
Visit my official website: www.sasivadee.com
See what’s up with me at my IG: sasivadee
2 comments
  1. Hi there! I simply would like to give you a big thumbs up for your great information you have right here on this post.
    I will be returning to your blog for more soon.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You May Also Like
Read More

Ayutthaya, A Sacred City

11 Places in Ayutthaya เที่ยวเมืองเก่าชมงานสถาปัตยกรรมไทย ไหว้พระทำบุญ แวะคาเฟ่ขนมไทยสไตล์โมเดริ์น ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
Read More